วิ่งอย่างไรให้ความเร็วเพิ่มขึ้น

%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2

พูดถึงเรื่องการวิ่งการออกกำลังกาย ชาหญ้าดอกขาว ใครๆก็สามารถวิ่งออกกำลังกายได้ แต่ถ้าพูดถึงความเร็วในการวิ่งหลายๆคนความเร็วในการวิ่งอาจไม่เหมือนกันหหรอก เพราะต้องอาศัยในการฝึกฝนและความตั้งในในการฟิตซ้อม มุ่งมั่น ทุ้มเท นักกีฬาบางคนส่วนใหญ่วิ่งวิ่งไปยังไม่ถึงไหน ก็เหนื่อยแล้ว แต่คุนต้องการทำเวลาให้ดีขึ้นในการแข่งขันนั้นคุณจะทำได้อย่างไรมาดูเทคนิดในการวิ่งเพิ่มความเร็วกัน

เริ่มจากการจับเวลาในการวิ่งครั้งล่าสุด ชาลดน้ำหนัก ของคุณมาเป็นที่ตั้งแล้วหมั่นฟิตซ้อมเริ่มจากการนับก้าวเท้าขวาที่คุณวิ่งว่าในเวลา หนึ่งนาทีคุณวิ่งได้กี่ก้าวเท้า แล้วในระหว่างการฝึกซ้อมตั้งเป้าหมายว่าจำนวนก้าวเท้าต้องมากกว่าครั้งที่แล้ว สถานที่ในการฝึกฝนต้องเงียบไม่มีสิ่งรบกวนเพราะจะทำให้เรามีสมาธิในการฟิตซ้อมมากขึ้น จากนั้นให้ทำตารางในการฟิตซ้อม แล้วมาจับเวลาในการวิ่งหากจับเวลาในการวิ่งแล้วได้เท่าเดิมหรือน้อยกว่าเดิมเรากับมาพิจารณาว่าเราควรปรับปรุงตรงไหนเพิ่ม การตั้งเป้าหมายก็เป็นสิ่งสำคัญ หากคุณต้องการวิ่งให้เร็วขึ้น คุณต้องตั้งเป้าหมายไว้เป็นแรงจูงใจ ชาสมุนไพร และบังคับตัวเองเอาชนะเป้าหมายให้ได้ เป้าหมายของคุณอาจจะเป็นการเอาชนะต่อเวลาหรือระยะทาง เป้าหมายอาจจะเป็นวิ่งหนึ่งกิโลในสิบนาที

นอกจากนี้คุณอาจตั้งเปป้าหมายเพิ่มจากจำนวนก้าวของคุณในการวิ่งหนึ่งกิโลเช่นการวิ่งในหนึ่งนาทีนับกี่ก้าวแล้วคุณต้องทำจำนวนก้าวให้มากขึ้น การเลือกเสื้อผ้าและรองเท้าก็เป็นสิ่งสำคัญเหมือนกัน เสื้อผ้าจะช่วยระยายความร้อนในร่างกายและจิตใจ ชาสมุนไพรหญ้าดอกขาว อีกด้วยส่วนรองเท้าสมัยนี้มีการออกแบบมาให้เหมือนกับไม่ได้ใส่รองเท้าในการวิ่งอีกด้วยน้ำหนักเบา หากฝึกฝนแล้วมีความรู้สึกท้อ ให้คิดคำพูดเป็นแรงจูงใจในการทำต่อให้สำเร็จหรือชวนเพื่อนเพเอามาเป็นส่วนร่วมในการออกกำลังกาย เพราะเพื่อนสามารถเป็นแรงจูงใจได้ โดยอาจจะให้เพื่อนมาวิ่งออกกำลังกายด้วย ชาช่วยลดอาการอยากบุหรี่ หรือแม้แต่มาช่วยให้เป็นโค้ชการที่มีคนอื่นมาวิ่งไปพร้อมกันจะทำให้โอกาสที่คุณจะหยุดวิ่งหรือท้อน้อยลง และอาจทำให้สนุกขึ้นเมื่อชวนเพื่อนมาแข่งวิ่งกับเรา ในการเพิ่มความเร็วในการวิ่งคุณต้องผลักดันตัวเอง ให้ทำได้มากกว่าขีดจำกัดของคุณ และปรับการออกกำลังกายของคุณไม่ให้จำเจไม่ให้เกิดการเบื่อ ค่อยเปลี่ยนสถานที่ในการฟิตซ้อมไปเรื่อยๆหากคุณออกกำลังกายแบบเดิมๆไปสักสองถึงสามเดือน ร่างกายก็จะปรับตัวให้เข้ากับการออกกำลังกายนั้นๆ และจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนไม่ไปไหน ถึงเวลาแล้วที่ต้องเพิ่มการออกกำลังกายให้หลากหลาย เช่นปั่นจักรยาน วิ่งบนลู่วิ่ง ว่ายน้ำ เข้าฟิตเนส กระโดดเชือก เป็นต้น